จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

อาชีพนักข่าวมีขึ้นเมื่อใด ?


อาชีพนักข่าวมีขึ้นเมื่อใด ?





ในศตวรรษที่ 16 เวนิสเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของยุโรป พ่อค้าวาณิชของประเทศต่างๆได้หลั่งไหลไปสู่เวนิช ทุกคนต่างต้องการข่าวสารข้อมูลเพื่อดำเนินธุรกิจของเขา จึงมีผู้ใดจัดทำสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับข่าวสารการเมือง ราคาสินค้า และตารางเดินเรือทะเลเป็นต้นเป็นหนังสือคู่มือหละหนังสือพิมพ์ออกจำหน่าย ผู้ทำธุรกิจดังกล่าวจึงนับว่าเป็นอาชีพนักข่าวไปโดยปริยาย

ศิลปะบำบัด (Art Therapy)


        ศิลปะบำบัด (Art Therapy)  เป็นศาสตร์เฉพาะทางที่มุ่งเน้นกระบวนการเยียวยา บำบัดรักษา ผู้ที่ขาดความสมดุลตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยนักศิลปะบำบัด ที่ผ่านการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ และมีมาตราฐาน
อย่างในประเทศเยอรมัน จุดกำเนิดหนึ่งในศิลปะบำบัดแนวทางมนุษยปรัชญา (Anthroposophy) ได้มีการเรียนการสอนในการผลิตนักศิลปะบำบัด (Art Therapist) ที่ได้รับการรับรองคุณภาพจากองค์กร BVAKT (Berufeverbände für Anthroposophische Kunsttherapie in Deutschland)   ซึ่งความคิดและหลักปรัชญาในการทำงานศิลปะบำบัดนี้ได้ถูกสั่งสมมาเกือบ 100 ปี (ค.ศ. 1921–ปัจจุบัน)
โดยนักปรัชญา-นักฟิสิกส์นาม ดร. รูดอล์ฟ  สไตเนอร์ (Dr. Rudolf Steiner : ค.ศ. 1861–1925)  ซึ่งไม่ได้แบ่งแยกศาสตร์ต่างๆ ออกเป็นส่วน ๆ  แต่ยังเผยให้โลกล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะกับจิตวิญญาณของมนุษย์  โดยเฉพาะเรื่องสีนั้น สไตเนอร์ได้พูดถึงสีที่มีผลต่อสภาพจิตใจ (See and Sense) จากการค้นคว้าทางวิชาการและเรียบเรียงผลงานทฤษฎีสีของเกอเธ่ (Goethe, Colour Theory)  อีกทั้ง สไตเนอร์ยังได้เชื่อมโยงองค์ความรู้  ทั้งการแพทย์องค์รวม  การพัฒนาการของเด็ก  การศึกษาที่มีชีวิต  การบำบัด  ฯลฯ  ให้เป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกัน
สำหรับประเทศไทยได้มีการใช้แนวทางศิลปะบำบัดในแนวมนุษยปรัชญาในหลากหลายมิติ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 – ปัจจุบัน โดยมีการศึกษาค้นคว้าด้านศิลปะบำบัดแนวมนุษยปรัชญาอย่างจริงจัง และเผยเพร่ไปยังส่วนต่างๆ ดังนี้ ศิลปะบำบัดในโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์,  ศิลปะบำบัดในโรงพยาบาลมนารมย์,  ศิลปะบำบัดในโรงเรียนอนุบาลบ้านรัก,  ศิลปะบำบัดสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์,  ศิลปะบำบัดสำหรับเยาวชนที่อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลตุลาการ เป็นต้น   ซึ่งความรู้และความเข้าใจของศิลปะบำบัดในแนวทางนี้มีความน่าสนใจหลายประการต่อนักศิลปะบำบัดในหลากหลายแนวทาง  ตั้งแต่ครูการศึกษาพิเศษ ตลอดจนผู้ใฝ่ใจศาสตร์ที่เชื่อมโยงระหว่างศิลปะและจิตวิญญาณด้านใน
การเริ่มต้นของศิลปะบำบัด 
ศิลปะบำบัดในทางมนุษยปรัชญา  เริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จากแนวคิดมนุษยปรัชญา ( Anthroposophy )  ถูกคิดค้นโดย ดร.รูดอร์ฟ  สไตเนอร์ นักคิด นักปรัชญา นักฟิสิกข์ ชาวเยอรมัน ซึ่งให้ความหมายการทำงานเชิงบำบัดไว้อย่างละเอียดลึกซึ้งถึงการนำศิลปะแขนงต่างๆ มาช่วยให้มนุษย์เกิดความสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ โดยมีนักศิลปะบำบัดที่ร่ำเรียนและฝึกฝนเป็นผู้ทำการบำบัด
 กระบวนการทำงานของเรา
การศึกษาศิลปะและศิลปะบำบัดในมนุษยปรัชญา มุ่งเน้นที่กระบวนการ (Process) ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ การปั้น ดนตรี การเคลื่อนไหว ฯลฯ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ศิลปะบำบัดมิได้ต้องการความสำเร็จรูปของแนวทางการบำบัด นักศิลปะบำบัดควรวินิจฉัยและสังเคราะห์บทเรียนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การวาดภาพระบายสีเพื่อการบำบัดก็เช่นกัน ล้วนมีลำดับขั้นตอนต่อการทำงานดังนี้
  • ศึกษาประวัติเด็กจากแพทย์อย่างละเอียด ศึกษาคำวินิจฉัยและข้อมูลอื่น ๆ จากแพทย์
  • ศึกษาข้อมูลจากคอบครัว การพบกันครั้งแรกของนักบำบัดกับพ่อแม่จะได้มาซึ่งข้อมูลของเด็ก นับตั้งแต่ขณะตั้งครรภ์,  พัฒนาการในวัยเด็ก,  นิสัย,  การเจ็บป่วยในปัจจุบัน,  การนอนของเด็ก,  การรับประทานอาหาร,  การปฏิสัมพันธ์กับสังคมและเพื่อนรอบข้าง,  ความถนัดซ้าย-ขวา,  การเจ็บป่วยนั้นส่งผลต่อเด็กและผู้คนในบ้านอย่างไร
  • ศึกษาข้อมูลจากครูประจำชั้น,  แพทย์ประจำโรงเรียน
  • ศึกษาข้อมูลจากเด็ก โดยใช้เวลาทั้งหมด 3 ครั้งแรก ทั้งนี้ให้เด็กได้ทำงานศิลปะ ได้แก่
            -  การวาดภาพลายเส้น (Drawing)
            -  การวาดภาพสีน้ำบนกระดาษเปียก (Painting wet on wet)
            -  การปั้นดิน (Modeling)
  • เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ นักศิลปะบำบัดได้เห็นเด็ก สภาวะภายในของเด็กที่สะท้อนออกมาจากผลงานศิลปะทั้ง  3  ครั้ง จึงสามารถเลือกหัวข้อและทิศทางในการวาดภาพระบายสีเพื่อการบำบัดต่อไปได้อย่างถูกต้อง  
 คุณประโยชน์ 
ในการทำงานศิลปะบำบัดกับผู้ที่ขาดความสมดุลเป็นการมองการเยียวยาอย่างเป็นองค์รวม ทั้งความคิด ความรู้สึก และเจตจำนง   ในปัจจุบันปัญหาของโรคภัยไข้เจ็บหลายโรคมีสาเหตุมาจากจิตใจมากกว่าร่างกาย   ดังนั้น แพทย์ตามแนวมนุษยปรัชญาจึงใช้ศิลปะบำบัดร่วมในการรักษาด้วย  กระทั่งสามารถกล่าวได้ว่า ศิลปะบำบัดหมายถึงการฟื้นชีวิตอีกครั้งจากภายในหรือปรับดุลยภาพในด้านต่าง ๆ ดังนี้
  • ความคิด (Thinking)   
  • ความรู้สึก (Feeling)   
  • เจตจำนง (Willing)   
ที่มา : http://www.arttherapythai.com/arttherapy/index.php/arttheraphy.html

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

นิทรรศการศิลปะเยาวชน “ศิลป์รักษ์โลก” ครั้งที่ 3

นิทรรศการศิลปะเยาวชน “ศิลป์รักษ์โลก” ครั้งที่ 3

วันและเวลา : 14 - 23 กันยายน 2555
-
สถานที่ : ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
หมวดหมู่ : งานแสดงศิลปะ
ข้อมูลโดย : admin

ผู้จัด : ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์)
รายละเอียด :

นิทรรศการศิลปะเยาวชน “ศิลป์รักษ์โลก” ครั้งที่ 3



บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกับ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หนึ่งในผู้บริหารจัดการแบรนด์โรงแรมชั้นนำแห่งเอเชียแปซิฟิค เชิญผู้ที่สนใจชมงานนิทรรศการ “ศิลป์รักษ์โลก (Arts for The Planet) ครั้งที่ 3” ชมผลงานศิลปะของนักเรียนระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายจากกรุงเทพฯและภาคใต้ ที่ส่งผลงานเข้าประกวดภายใต้หัวข้อ "แต้มสี เติมฝัน สร้างสรรค์อนาคต" โดยภาพวาดที่ได้รับการคัดเลือกจากการประกวดทั้งหมด 180 ภาพ จะได้รับการจัดแสดงและจำหน่าย ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 14-23 กันยายน 2555 โดยจะนำเงินรายได้จากการจำหน่ายเข้าสบทบทุนมูลนิธิออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เพื่อสนับสนุน“โครงการเหรียญบาทเพื่อชีวิต" ในการสร้างโอกาสการเรียนรู้ของเด็กยากจนและด้อยโอกาสในประเทศไทย

ปีเตอร์ เฮนลีย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กล่าวว่า“ออนิกซ์ฯ จัดโครงการ ‘ศิลป์รักษ์โลก’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปีนี้ได้จัดร่วมกับ บริษัท ซากุระโปรดัคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ใช้หัวข้อ "แต้มสี เติมฝัน สร้างสรรค์อนาคต" เพื่อแสดงถึงปณิธานของออนิกซ์ฯ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการประกวดวาดภาพ เพื่อการปลูกจิตสำนึกถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาทักษะด้านศิลปะในหมู่เยาวชนไทย”

http://www.wikalenda.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99-%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3-076642.html

ศิลปะในรัชกาลที่ 9 : ไทยเท่...จากท้องถิ่นถึงอินเตอร์

ศิลปะในรัชกาลที่ 9 : ไทยเท่...จากท้องถิ่นถึงอินเตอร์

วันและเวลา : 16 สิงหาคม – 28 ตุลาคม 2555
-
สถานที่ : ชั้น 3-5 และชั้น 7-9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
หมวดหมู่ : งานแสดงศิลปะ
ข้อมูลโดย : admin

ผู้จัด : กรุงเทพมหานคร และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
รายละเอียด :

ศิลปะในรัชกาลที่ 9 : ไทยเท่...จากท้องถิ่นถึงอินเตอร์



เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมายุครบ ๗ รอบ หรือ ๘๔ พรรษาในวันคล้ายวันประสูติที่จะมาถึงในปีนี้ นิทรรศการครั้งนี้เป็นการรวมเอารูปลักษณ์ใหม่ของงานศิลปะและผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ในห้วงจังหวะเวลา และเหตุการณ์สำคัญแห่งรัชกาลที่๙ ผลงานที่ได้รับการคัดสรรมาจัดแสดงในงานล้วนเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นและรังสรรค์ขึ้นในช่วง ๗ ทศวรรษ จึงทำให้งานครั้งนี้เป็นที่สุดของงานนิทรรศการศิลปะไทยกว่าครั้งใดที่ผ่านมา

ศิลปะสมัยรัชกาลที่ ๙: ไทยเท่...จากท้องถิ่นสู่อินเตอร์ สะท้อนจุดเปลี่ยน บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญ และสะท้อนต้นกำเนิดงานศิลป์ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินผู้มีชื่อเสียงและศิลปินหน้าใหม่ของไทย งานนิทรรศการครั้งนี้จึงมีมิติของผลงานศิลปะที่กว้างและครอบคลุมชิ้นงานเด่นๆ ในช่วงเวลาแห่งการครองราชย์ จุดเด่นของงานอยู่ที่เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นประจำ อาทิ อัตลักษณ์ความเป็นไทย การเฉลิมฉลองวันครอบรอบในวโรกาสต่างๆ สถานะทางสังคม ศิลปะในพระอุปถัมภ์ ศิลปะแนวต่อต้าน ชายขอบ เพศสภาพ ข้อห้าม การทดลอง และ การเจริญเติบโตของศิลปะไทยจนเป็นที่รับรู้ในระดับสากล

ในนิทรรศการนี้ ผลงานที่นำมาแสดงไม่ได้จัดเรียงตามลำดับเวลา หากแต่นำมาจัดแสดงตามหัวข้อ (Themes) คือ การค้นหาอัตลักษณ์ไทย แรงบันดาลใจจากความเชื่อในพุทธศาสนา นามธรรมและปัจเจกนิยม พื้นที่ทางสังคมและการอุปถัมภ์ การต่อสู้ทางสังคมและการเมือง จินตนาการและความเหนือจริง เพศสภาพและชายขอบ การเป็นเป้าสายตาในท้องถิ่นและสากล การทดลองและวัฒนธรรมสื่อ

ความอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะและการเป็นผู้อุปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญซึ่งแสดงให้เห็นถึงบริบทของการพัฒนาในวงการศิลปะไทย ด้วยความสนพระทัยและความใคร่รู้นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานภาพสีน้ำมันบนผืนผ้าใบเปรียบเทียบกับความกระตือรือร้นในด้านการถ่ายภาพและดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งดนตรีแนวแจ๊ส ผลงานที่ได้ประจักษ์สู่สาธารณะชนซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประทานให้กับงานนิทรรศการศิลปะแห่งชาติ ได้แก่ ภาพประกอบจากพระมหาชนกชาดก และการตกแต่งภาพจิตรกรรมฝาผนังที่พระพุทธรัตนะสถานซึ่งเป็นแบบอย่างในรูปแบบราชสำนัก

ศิลปะสมัยรัชกาลที่ ๙: ไทยเท่...จากท้องถิ่นสู่อินเตอร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ชมเกิดการค้นคว้าและจินตนาการ หัวข้อต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่สัมพันธ์กับการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ การเปลี่ยนรูปแบบของสังคมและการเมือง ค่านิยม การค้นหาความเชื่อทางศาสนา สภาวะการแบ่งชนชั้นและสังคม สถานะและการลำดับชั้นทางสังคมระหว่างช่างศิลป์และศิลปิน ระหว่างการอุปถัมภ์และความรับผิดชอบต่อสังคม ระหว่างครูสอนศิลปะและคณะกรรมการศิลปะ แม้กระทั่งระหว่างช่างฝีมือและผู้มีชื่อเสียง ถูกนำมาเปรียบเทียบในจิตวิญญาณที่เปิดกว้าง

นิทรรศการครั้งนี้รวมผลงานจากศิลปินกว่า 300 ท่าน ซึ่งมีชื่อเสียงระดับชาติและศิลปินรุ่นใหม่ที่มากด้วยพรสวรรค์ จากเหล่าจิตรกรแนวนีโอแบบดั้งเดิมสู่เหล่าศิลปินแนวศิลปะทดลอง จากเหล่าศิลปินผู้เป็นที่รู้จักในระดับสากลสู่เหล่าช่างศิลป์ในระดับท้องถิ่น จากเหล่าศิลปินในราชสำนักสู่เหล่านักกิจกรรมศิลปะ

นอกจากนี้ นิทรรศการครั้งนี้ยังรวมเอาข้อมูลและงานวิจัยที่เป็นเอกสารอันเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของศิลปะไทย ซึ่งเปรียบเทียบเหตุการณ์ต่างๆ และพัฒนาการด้านศิลปะในประเทศแถบเอเชีย ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และ ญี่ปุ่น เน้นการศึกษางานศิลปะผ่านการแสดงที่มองเห็นได้ ข้อความบนผนัง และคำบรรยายภาพร่วมกับสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ชุดการเรียนรู้ และเว็บไซต์ที่ครอบคลุมหลากหลายแง่มุมของประวัติศาสตร์ศิลปะในรัชกาลที่ ๙

การสัมมนาและการพูดคุยจากศิลปิน เปิดโอกาสให้ผู้ชมและนักเรียนได้มีส่วนร่วมและเรียนรู้เกี่ยวกับแนวโน้มต่างๆ ของศิลปะไทยในจุดเปลี่ยนของช่วงเวลาสำคัญต่างๆ

นอกจากผลงานเด่นๆ ที่เป็นภาพวาด ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย งานติดตั้ง การแสดง และศิลปะแนวทดลอง นิทรรศการ ‘ศิลปะสมัยรัชกาลที่ ๙: ไทยเท่...จากท้องถิ่นสู่อินเตอร์’ ยังนำเสนอการเปรียบเทียบผลงานในแวดวงสถาปัตยกรรม ดนตรี และภาพยนตร์ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดนิทรรศการครั้งนี้ยังรวมเอาผลงานศิลปะสร้างสรรค์ โดยศิลปินชาวต่างชาติผู้ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุน และกระตุ้นให้เกิดผลงานสร้างสรรค์มากมาย ในช่วงเวลาแห่งรัชกาลที่ ๙

นิทรรศการ ‘ศิลปะสมัยรัชกาลที่ ๙ : ไทยเท่...จากท้องถิ่นสู่อินเตอร์’ จัดโดย กรุงเทพมหานคร และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยได้เชิญภัณฑารักษ์ ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ เนื่องด้วย ศ.ดร. อภินันท์ เป็นนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงและเป็นภัณฑารักษ์ระดับสากล ท่านจึงได้รับเชิญให้เป็นหัวหน้าภัณฑารักษ์ในการทำการสำรวจทางประวัติศาสตร์เรื่องศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยของไทยภายใต้รัชกาลที่ ๙ ยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทีมภัณฑารักษ์ประกอบด้วย ลักขณา คุณาวิชยานนท์, กฤติยา กาวีวงศ์, เสริมคุณ คุณาวงศ์, ปกรณ์ กลมเกลี้ยง และนิกันติ์ วะสีนนท์

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ให้ความเห็นว่า “ก่อนหน้านี้มีการจัดนิทรรศการ ซึ่งมีนัยสำคัญเกี่ยวกับศิลปะแห่งรัชกาลที่ ๙ ซึ่งจัดแสดงที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ และ พ.ศ.๒๕๔๙ ตามลำดับ แต่นิทรรศการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ครอบคลุมศิลปะในช่วง ๗ ทศวรรษที่ผ่านมา ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แห่งรัชกาลที่ ๙ วิธีการจัดเรียงไม่ได้เป็นไปตามลำดับเวลาเหตุการณ์ แต่จัดเรียงตามแก่นเรื่องในหลากหลายมุมมอง เราจะได้รับโอกาสในการกลั่นกรอง พินิจพิเคราะห์ และทำการทบทวนแนวโน้มที่เป็นนัยสำคัญ ซึ่งนำไปสู่รูปแบบผลงานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยของไทย นอกจากนี้ นิทรรศการครั้งนี้ยังพินิจทัศนศิลป์ในบริบทของภาพยนตร์ ดนตรี และวรรณกรรม ที่นำเสนอเชิงเปรียบเทียบแบบสหวิทยาการที่หลากหลายและกว้างขวางมากขึ้น”

ลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้เสริมเกี่ยวกับนิทรรศการครั้งนี้ว่า “ผู้ชมนิทรรศการจะได้มีโอกาส ชมผลงานศิลปะร่วมสมัยชิ้นสำคัญๆ ที่อยู่ในการสะสมส่วนบุคคล และไม่ค่อยได้นำออกมาจัดแสดงให้กับสาธารณชนมาก่อน นอกจากนี้ก็จะมีการจัดพิมพ์หนังสือ ที่รวบรวมรูปภาพและข้อเขียนโดยอาจารย์ ศิลปินนักวิชาการ ภัณฑารักษ์ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และพัฒนาการในแง่มุมต่างๆ ของศิลปะร่วมสมัยไทย ในรอบ 7 ทศวรรษที่ผ่านมานี้อีกด้วย ซึ่งก็จะเป็นหนังสืออ้างอิงที่สำคัญอีกเล่มหนึ่งของศิลปะสมัยใหม่และศิลปะร่วมสมัยของไทยต่อไป

http://www.wikalenda.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-9-%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-075307.html

ภาพถ่ายโบราณสถาน


ภาพถ่ายโบราณสถาน

กรมศิลปากรขอเชิญชมนิทรรศการแสดงผลงานภาพถ่ายโบราณสถาน ในโครงการประกวดภาพถ่ายโบราณสถานทั่วประเทศ เนื่องในโอกาส ครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร ระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2555 ณ อาคารเรือนกระจก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป

กรมศิลปากรกำหนดจัดนิทรรศการ "ภาพถ่ายโบราณสถาน" ในโครงการประกวดภาพถ่ายโบราณสถานทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร แสดงผลงานภาพถ่ายโบราณสถานที่ได้รับรางวัลจำนวน 26 ภาพ พร้อมทั้งผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จำนวน 124 ภาพ รวม 150 ภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมชื่นชมผลงานภาพถ่ายโบราณสถานที่ผ่านการพิจารณาและเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด ระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2555 เวลา 9.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ – อังคาร และวันนักขัตฤกษ์) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพฯ
http://www.wikalenda.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99-076300.html

นอกจากทำให้ผมแห้งแล้ว ไดร์เป่าผมยังทำอะไรได้อีกเยอะ!

สาระดีดีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ก็เป็นเรื่องอุปกรณ์ใกล้ตัวที่หลายบ้านน่าจะมี นั่นก็คือไดร์เป่าผม นอกจากจะช่วยจัดแต่งทรงผมให้สวยแล้วไดร์ทำอะไรในชีวิตประจำวันได้มากกว่านั้น!
1.ใช้เป่าลบรอยสีหรือหยดขี้ผึ้ง เป่าลมร้อนไปที่รอยเปื้อนหรือหยดขี้ผึ้งรอให้ละลายแล้วซับออกด้วยฟองน้ำ
2.ใช้เป่าทำให้รอยย่อน บนผ้าปูโต๊ะ หรือผ้าม่านห้องน้ำที่ทำจากพลาสติก ดูเรียบเหมือนโดนรีด
3.ในอาหารประเภท คุ๊กกี้ - เค้ก หากมันดูไม่น่ากินเอาซะเลย ลองใช้ ลมร้อน-เป่าเพื่อเพิ่มความเยิ้มฉ่ำของหน้าเค้ก อย่าใช้เวลานานหรือลมร้อนจนเกินไประวังเละ
4. เป่าอาหารแช่แข็งทีมีน้ำแข็งเกาะบริเวณนอกกล่องให้ละลายได้อย่างง่ายโดยใช้ลมร้อน
5. ถ้าอยากทำความสะอาดฝุ่นผงตามซอกหลืบ ตู้-ลิ้นชักที่ขนาดเล็ก ที่เครื่องมือทำความสะอาดไม่สามารถเข้าถึง ใช้ลมแรงๆ เป่าเศษผงออกมาได้
6. ความร้อนจากไดร์เป่าผมสามารถทำให้ป้ายราคาหรือ สติกเกอร์แบบกระดาษที่ติดตามโต๊ะ ตู้ หรือชั้นวางของ หลุดออกได้อย่างง่ายดาย
http://campus.sanook.com/944603/%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7-%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B0/

ลบรอยขีดข่วนบนเลนส์แว่นตา


แว่นสายตาและแว่นกันแดดนั้นมีเลนส์ที่ทำจากพลาสติกจึงมักเกิดรอยขีดข่วนและเกิดปัญหาในการมองเห็น

แต่ก็ใช่ว่ารอยขีดข่วนจะถูกกำจัดออกไปไม่ได้ โดยสิ่งที่คุณต้องใช้คือน้ำยาสลักลายฝ้าขาวสำหรับงานเครื่องแก้วและกระจก น้ำยาขัดเฟอร์นิเจอร์ชนิดเหลว น้ำยาขัดโลหะ ผ้าผืนนุ่มๆ และสบู่ เริ่มจากเติมน้ำยาสลักลายฝ้าขาวลงไปบนเลนส์ตรงที่เป็นรอยทั้งสองด้านคือด้านหน้าและหลัง ปล่อยทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น จากนั้น ใช้ผ้าชุบน้ำยาขัดเฟอร์นิเจอร์เช็ดลงไปบนเลนส์ให้ทั่ว แล้วล้างเลนส์ด้วยน้ำอุ่นผสมสบู่ ทำซ้ำอีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยลบรอยถลอกบนผิวเลนส์ แล้วตามด้วยใช้ยาขัดโลหะเช็ดบนเลนส์ด้วยผ้า เช็ดไปเรื่อยๆ ประมาณ 3-4 นาที จากนั้น ล้างเลนส์แล้วผึ่งให้แห้ง และอีกวิธีหนึ่งคือใช้ขี้เก้าบุหรี่ขัดบนเลนส์ที่ถลอกซ้ำกันสองครั้ง แต่อาจไม่ให้ผลดีเท่าวิธีแรก

http://campus.sanook.com/948519/%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2/